ทอท.ยกระดับสินค้าเกษตรไทย ตั้ง “AOTTO” ให้บริการตรวจคุณภาพ

ทอท.ยกระดับสินค้าเกษตรไทย ตั้ง “AOTTO” ให้บริการตรวจคุณภาพก่อนส่งออกสินค้า

ทอท.ลุยธุรกิจนอกเหนือจากการบิน (นอนแอโรว์) ดันบริษัทลูก “AOTTO” ตั้งศูนย์ตรวจสอบคุณภาพ หนุนส่งออกสินค้าเกษตรไปประเทศปลายทางด้วยมาตรฐานสากล ไม่ถูกตีกลับ ดีเดย์! เปิดให้บริการ พ.ย.นี้ ตั้งเป้าภายใน 1 ปีจะขนส่งสินค้าเกษตรเน่าเสียง่าย ได้กว่าปีละ 150 ล้านกิโลกรัม ก่อนจะขยับเป็น 200 ล้านกิโลกรัมต่อปีในปี 70 ดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรในภูมิภาค

นายคทา วีณิน กรรมการรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย ทาฟ่า โอเปอเรเตอร์ จำกัด (AOT TAFA Operator Co.,Ltd : AOTTO) เปิดเผยถึงความคืบหน้า การดำเนินการโครงการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร ตามมาตรฐานของประเทศปลายทาง ณ สนามบินต้นทางก่อนส่งออก (Pre-shipment Inspection Center) หรือที่เดิมเรียกว่า “Certify Hub” ภายในเขตปลอดอากร สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า “บริษัทดังกล่าวเป็นการร่วมทุนกันระหว่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กับบริษัท ทาฟ่า คอนซอร์เที่ยม จำกัด (Tafa Consortium) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าเน่าเสียง่ายและสินค้าที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ โดย ทอท.ถือหุ้นในบริษัทสัดส่วน 49%

โดยถือเป็นการดำเนินการตามแผนวิสาหกิจ ทอท.ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าและสร้างมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าเกษตรที่เน่าเสียง่ายให้แก่ผู้ส่งออกและเกษตรกรของไทย เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบสินค้าเกษตร ทําให้สินค้าเกษตรคงคุณภาพและได้มาตรฐานก่อนส่งออกไปยังประเทศปลายทาง โดยการตรวจสอบจะอยู่ระดับเดียวกับมาตรฐานของสหภาพยุโรป (EU) ทำให้แน่ใจว่า ไม่ถูกตีกลับจากปลายทาง ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลาง นำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรในภูมิภาคได้อีกทางหนึ่ง”

ข่าวธุรกิจ-ล่าสุด

“AOTTO” ดีเดย์ให้บริการ พ.ย.นี้

โดยสถานะในปัจจุบันบริษัทจัดตั้งเรียบร้อยแล้ว พร้อมเตรียมสถานที่อาคารคลังสินค้าหลังที่ 4 (WH-4) ภายในเขตปลอดอากร สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับการให้บริการกับสินค้าเกษตร และสินค้าเน่าเสียง่าย ผ่านทางช่องทางพิเศษ (Perishable Premium Lane) (PPL) เพื่อเข้าศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อนส่งออก (Preshipment Inspection Center) ซึ่งศูนย์ตรวจสอบคุณภาพสินค้านี้จะนำมาตรฐานการตรวจจากประเทศปลายทางมาตรวจที่ต้นทาง ดังนั้น การให้บริการ PPL จึงเป็นการให้บริการเสริมและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ส่งออก เปรียบเสมือนการให้บริการชั้นธุรกิจ (Business Class) สําหรับผู้โดยสาร ซึ่งสินค้าที่ใช้บริการ PPL จะได้รับการดูแลและจัดเตรียมขึ้นเครื่องโดยผู้ชำนาญในการจัดเตรียมสินค้าทางอากาศโดยเฉพาะ ก่อนที่จะจัดส่งไปประเทศปลายทางต่อไป

ล่าสุดในวันที่ 29 ก.ย.65 นี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ จะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจในข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการพัฒนาระบบการตรวจสอบสินค้าการเกษตรก่อนส่งออกร่วมกัน ก่อนที่ AOTTO จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ย.65 โดยมั่นใจว่า การเปิดให้บริการขนส่งสินค้าเกษตรที่เน่าเสียง่ายและมีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรตามมาตรฐานของประเทศปลายทาง ณ สนามบินต้นทางก่อนส่งออกนั้น จะช่วยให้ผู้ส่งออกมั่นใจได้ว่า หากมาส่งสินค้าเกษตรกับ AOTTO สินค้าจะไม่ถูกส่งกลับจากประเทศปลายทางแน่นอน ซึ่งทาง ทอท.ได้มีการประสานความร่วมมือกับประเทศต่างๆที่มีการส่งออกจำนวนมาก นอกจากมาตรฐานทางยุโรปแล้ว ได้มีการตรวจมาตรฐานสินค้าเกษตรที่จะส่งออกไปจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และกลุ่ม LMV (ลาว เมียนมา เวียดนาม) ด้วย

เป้าขนสินค้าเกษตร 150 ล้าน กก.ต่อปี

นายคทากล่าวต่อว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทอท.ได้ให้ความสำคัญกับกิจการขนถ่ายสินค้าทางอากาศ ซึ่งเป็นส่วนงานที่ช่วยส่งเสริมนโยบายโลจิสติกส์ของประเทศ โดยได้เข้าดำเนินการบริหารพื้นที่เขตปลอดอากรและคลังสินค้า (Free Zone) สนามบินสุวรรณภูมิ และในปัจจุบันพบว่า สนามบินสุวรรณภูมิ มีปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo) โดยเฉลี่ยประมาณ 1.5 ล้านตันต่อปี และในจำนวนสินค้าทั้งหมดนี้จะมีสินค้าประเภทเน่าเสียง่าย

โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร ซึ่งประเทศต่างๆมีความเข้มงวดในการตรวจสอบนำเข้าสินค้าประเภทนี้ เนื่องจากอาจมีแมลงศัตรูพืช และสารเคมีต่างๆปนเปื้อนถึง 10% หรือประมาณ 150 ล้านกิโลกรัม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ยอดการขนส่งสินค้าเกษตรลดลงบ้างเหลือประมาณ 130-140 ล้านกิโลกรัมต่อปี แต่เมื่อสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการบินกลับมาทำการบินปกติก็เชื่อมั่นว่าการส่งออกสินค้าจะเพิ่มมากขึ้น

“ภายใน 1 ปี ที่ AOTTO เปิดให้บริการจะสามารถกลับมาทำการขนส่งสินค้าทางการเกษตรที่เน่าเสียง่ายมาได้สูงถึง 150 ล้านกิโลกรัมต่อปีแน่นอน และจากแผนงานต่างๆและความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ก็มั่นใจว่าภายใน 5 ปี หรือประมาณปี 70 AOTTO จะมีปริมาณการขนส่งสินค้าประเภทเน่าเสียง่าย โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร เพิ่มขึ้นอีก 25% หรือขนส่งสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพสินค้าก่อน ส่งออกถึง 200 ล้านกิโลกรัมต่อปี ซึ่งจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรและประเทศเพิ่มขึ้นด้วย”